หนังสือที่อ่านแล้วรู้จักชีวิตตัวเองมากขึ้น Awaken the Giant Within by Tony Robbins (โทนี่ รอบบิ้น) - TENTEERACHOT

หนังสือที่อ่านแล้วรู้จักชีวิตตัวเองมากขึ้น Awaken the Giant Within by Tony Robbins (โทนี่ รอบบิ้น)

เป็นหนังสือพัฒนาตัวเองเล่มแรกที่ผมอยากแนะนำให้ทุกคนอ่าน!

More...

เรทติ้ง : [star rating="5"]

ราคา: 400-500 บาท

ซื้อที่: Amazon.com

หนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับ: การพัฒนาตนเอง

ผมได้อะไรอ่านหนังสือเล่มนี้?: ค้นพบตัวเองและรู้จักตัวเองมากขึ้นครับ

หนังสือเล่มนี้เหมาะกับ? ใครก็ตามที่อยากจะ

  • รู้จักตัวเองมากขึ้น
  • รับผิดชอบต่อชีวิตตัวเองมากขึ้น
  • มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
  • พัฒนาตนเองในฐานะมนุษย์คนนึง

Full time job ❤❤ read and lift.

โพสต์ที่แชร์โดย Fitness/Movement Coach (@tenteerachot) เมื่อ

ความคิดเห็นของผม:

โทนี่ รอบบิ้น เป็นหนึ่งในโค้ชที่เก่งที่สุดในโลกในด้านการพัฒนาตนเองครับ หนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับการรับผิดชอบกับชีวิตตัวเราเองในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ การเงิน ความสัมพันธ์ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตเราล้วนแล้วเราสามารถควบคุมได้ถ้าเราเรียนรู้ และรู้จักที่จะควบคุมมัน แทนที่จะให้สถานการณ์ภายนอกมาควบคุมชีวิตเรา แต่ละบทนั้นละเอียดมากครับ และ มีแบบฝึกหัดเยอะมากให้เราครุ่นคิดเกี่ยวกับชีวิตเรา แล้วเราก็จะเรียนรู้เกี่ยวกับตัวเราเองจากตรงนั้น ไม่ใช่แค่อ่านหนังสือให้จบแล้วชีวิตจะดีครับ แต่เราต้องค่อยๆนั่งทำแบบฝึกหัดที่เขามีให้ด้วย

ผมเริ่มอ่านหนังสือเล่มนี้ในเดือน 9/2017 เพราะว่าผมลงทะเบียนสัมมนาของ Tony Robbins ที่ Singapore งาน Unleash the Power Within ผมไม่รู้จัก Tony มาก่อนแต่ว่าเคยได้ยินชื่อเขาเยอะมากในโลก Online และ โลก Personal development แล้วผมก็เห็นหน้าเขาในร้านหนังสือบ่อยมากแต่ไม่เคยซื้อ 55555 ผมไม่เคยอ่านหนังสือของ Tony ครับ และนี่ก็เป็นเล่มแรกที่อ่าน

ก่อนที่ผมจะไปงาน Unleash the Power Within ผมพูดกับตัวเองว่า "ทำไมไม่ศึกษา ปรัชญาชีวิต Tony ก่อนที่ผมจะไปงานเขาหละ?" ผมก็เลยตัดสินใจซื้อหนังสือเล่มนี้มาอ่านครับ หลายเล่มที่ Tony เขียนหนังสือออกมาแต่ผมเลือกเล่มนี้เพราะกว่าหน้าปกดูใหม่ แล้วก็เขียนเรียบเรียงดูน่าอ่านมากที่สุด (ภาษาอังกฤษครับ)

ผมใช้เวลาสองเดือนเต็มกว่าจะอ่านเล่มนี้จบครับ

3 อย่างที่ผมได้จากหนังสือเล่มนี้ที่เปลี่ยนมุมมองผมกับโลกไปตลอดการ

ความเจ็บปวด และ ความสุข (Pain and pleasure): ในการกระทำมนุษย์ มันมี 2 สิ่งที่กระตุ้นการกระทำเราครับ นั่นก็คือ ความเจ็บปวด และ ความสุข ถ้าเรามีความสุขทำอะไรสักอย่าง เราก็จะทำไปเรื่อยๆครับ แต่ถ้าเราไม่ทำอะไรบางอย่าง นั่นก็อาจจะหมายความว่าเราแฝงความเจ็บปวดกับการกับนั้นๆ

มันก็เป็นเหตุผลว่าทำไมผมออกกำลังกายทุกวัน เพราะว่า ผมจะรู้สึกเจ็บปวดและทรมานเวลาที่ผมไม่ออกกำลังกาย ไม่กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ  ถ้าผมออกกำลังกาย กินอาหารคลีนผมรู้สึกมีความสุขมากกว่าครับ แต่ทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะกรรมพันธุ์ แต่เกิดขึ้นเพราะ กิจวัตรประจำวันที่ผมทำเป็นเดือนๆปีๆ

คนส่วนใหญ่จะรู้สึกเจ็บปวดทรมานเวลาออกกำลังกาย คนส่วนใหญ่ก็จะบ่นออกมา ว่ามันยาก มันเหนื่อย แล้วคนพวกนี้ก็จะมีความสุขกับการกินของหวาน มันก็ไม่มีอะไรผิดหรอกครับ แต่เราก็ต้องยอมรับผลของการกระทำแบบนี้ ว่าเราจะอ้วน ป่วยง่าย แล้วก็อาจจะเป็นโรคร้ายแรงได้ มันใช่ชีวิตที่คุณอยากได้รึเปล่า?

ถ้าจะเปลี่ยน เราก็ต้องเปลี่ยนความสัมพันธ์ในการดูแลตัวเองครับ เราต้องมีความสุขในการดูแลตัวเอง แล้วก็ต้องรู้สึกเจ็บปวดมากๆถ้าเราละเลยการดูแลตัวเอง ถ้าเราละเลยการดูแลชีวิตตัวเราเองที่มีแค่ 1 ชีวิต มันเรียกว่า Neuro-Associative Conditioning ซึ่งอธิบายอย่างละเอียดในหนังสือครับ

เราต่างคนก็รู้ว่าเราต้องทำให้สุขภาพเราดีขึ้น เราก็ต่างรู้ว่าเราต้องออกกำลังกายมากขึ้น แต่เราไม่ทำเพราะว่าเรามีความสัมพันธ์ กับ ความรู้สึกที่ผิดๆในการดูแลตัวเอง ที่ทำให้เราสุขภาพไม่ดี แล้วก็ ขี้เกียจครับ

กฏของชีวิต (Rules): ชีวิตจะลำบากและทรมานมากถ้าเรามีกฏให้กับชีวิตที่เคร่งครัดเกินที่จะควบคุม เช่น ถ้าเราคิดว่า เราจะเป็นที่รักของคนอื่นๆได้ก็ต่อเมื่อ "ทุกๆคนรอบตัวต้องบอกรักเรา" "ไม่มีใครบังอาจมาปฏิเสธฉันได้" "แฟนฉันต้องบอกรักฉันทุกวัน" กับกฏที่เราตั้งให้ตัวเองแบบนี้เราจะรู้สึกว่าเราเป็นที่รักของคนอื่นสักทีไหม?

หลังจากผมอ่านบทเรื่อง Rules เสร็จ ชีวิตผมก็มีความสุขมากขึ้นจริงๆครับ เพราะผมมีกฏที่แปลกๆและเคร่งครัดกับตัวเองโดยไม่รู้ตัว

เช่น ผมเคยบอกกับตัวเอง "รวย" หมายความว่าผมต้องมีเงิน 3 แสนบาทต่อเดือน ต้องทำงานหนักมากๆ เวลาทุกวินาทีคือทอง ต้องหาเงินตลอดเวลา แล้วผมก็ต้องมีรถแพงๆขับ ผลก็คือผมก็ไม่เคยที่จะรู้สึกรวย ผมรู้สึกแย่มาก ไม่ใช่เพราะว่าสิ่งพวกนี้ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ แต่เพราะว่าผมยังไม่มีสิ่งพวกนี้ ณ เวลานั้น และการไม่มีสิ่งเหล่านี้ทำให้ผมเป็นคนไม่มีความสุขไปซะงั้น แต่ผมก็ตระหนักได้ว่าสิ่งพวกนี้สามารถเป็นเป้าหมายชีวิตเราได้ แต่ไม่ใช่มาเป็นความหมายว่า คำว่า รวย ต้องหมายความว่าอย่างไรสำหรับเรา ผมก็เลยคิดใหม่ว่า "รวย หมายความว่า ผมตื่นขึ้นตอนเช้าทุกวันเพราะผมรู้ว่าสิ่งที่ผมกำลังออกไปเผชิญคือสิ่งที่ผมรัก คือ Passion ของผม และ ผมจะทำให้ดีที่สุดในการช่วยให้คนมีสุขภาพดีขึ้น ผมกล้าที่จะเผชิญกับอุปสรรคต่างๆในชีวิต แล้วผมก็จะมีความสุขทุกๆวันในขณะที่ผมกำลังเดินทางไปยังเป้าหมาย"

การเปลี่ยนแปลงแค่ความหมายก็เปลี่ยนความรู้สึกของผมในทุกๆวันได้แล้วครับ ผมตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตแบบมีความสุข แล้วก็เผชิญกับทุกๆโอกาสที่ชีวิตโยนให้เรามา

การเปรียบเทียบชีวิต (Life metaphor): เราเปรียบเทียบชีวิตยังไง? บางคนก็คิดว่าชีวิตคือการเดินทาง บางคนก็คิดว่าชีวิตคือการต่อสู้ บางคนคิดว่าชีวิตคืออุปสรรค อะไรก็ตามที่เราใช้ในการเปรียบเทียบชีวิตส่งผลต่อความรู้สึก ความเชื่อ และ การกระทำของเรา

ก่อนที่ผมจะอ่านเล่มนี้ ผมคิดเสมอว่าชีวิตคือการต่อสู้ แล้วผมก็รู้สึกแย่ทุกวันเลยครับ ผมตื่นขึ้นมาทุกวันแล้วก็พูดกับตัวเองว่า "ต่อสู้อีกแล้วสินะวันนี้" แล้วผมก็ตระหนักว่าถ้าผมไม่เปลี่ยนการเปรียบเทียบชีวิตในเชิงนี้ ผมก็จะรู้สึกแย่ไปอีกนาน แล้วผมก็เลยเปลี่ยนเป็น "ชีวิตคือของขวัญ" แล้วผมก็พูดคำนี้กับตัวเองทุกๆวัน แล้วผมก็รู้สึกประทับใจกับชีวิตมากขึ้น แล้วก็รู้สึกว่าชีวิตเป็นของขวัญที่ดีที่สุดในโลกแล้ว ผมก็คิดได้ว่าผมมีแค่ชีวิตเดียวบนโลกนี้ ผมก็เลยใช้ชีวิตให้มีความสุขในช่วงเวลาที่ผมทำได้ครับ

เท่านี้แหละครับรีวิวของผมอาจจะยาวไปนิดนึง ถ้าใครอ่านจบก็ Message มาแชร์กันได้นะครับ หรือถ้าใครอ่าน Awaken the Giant Within แล้วก็มาแชร์กันได้ครับผม

Share the love..

About the Author

>