About Me

ผมคิดว่าคุณ (คุณนั่นแหละที่อ่านอยู่) คงไม่ใช่คนธรรมดาแน่ๆ 

คุณน่าจะเป็นคนที่ใฝ่รู้ อยากรู้อยากเห็น และ หาสิ่งดีๆให้กับตัวตลอดเวลา (คุณถึงกำลังอ่านบทความนี้อยู่ไง)

Website นี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อถ่ายทอดประสบการณ์และความรู้ของผมในด้านสุขภาพ และ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนหลายๆคน 

สวัสดีครับผมชื่อเท็น แต่ผมคือใคร? ทำไมต้องอ่านในสิ่งที่เท็นเขียนด้วย? 

มากกว่า 10  ปีที่ผมได้ศึกษาเรื่องสุขภาพ ฟิตเนส ผมได้โค้ชคนมามากกว่า 1,000 คน ผมได้ช่วยแนะนำให้คำปรึกษาให้หลายๆคนมีชีวิต Lifestyle ที่สุขภาพดี และ ผมได้ช่วยคนนับร้อยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นและเจ็บปวดตามร่างกายน้อยลง 

ผมเชื่อว่าในชีวิตนี้เราเกิดมาแค่ครั้งเดียว ร่างกายมีแค่ร่างเดียว สุขภาพเป็นของเรา และไม่มีใครสามารถมาดูแลแทนเราได้ 

ผมเป็นคนนึงที่ยกย่องความสำเร็จ (Success) ไม่ว่าจะด้านทางการเงิน ด้านการงาน ด้านความสัมพันธ์ ผมเห็นหลายๆคนสำเร็จในหลายๆด้านของชีวิต และ พวกเขากลับลืมสิ่งที่สำคัญที่สุดที่พวกเราควรประสบความสำเร็จกับมัน นั่นก็คือ ร่างกายเราเอง สุขภาพเราเอง 

Mission ของผมก็คือ ทำให้คนตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการดูแลตัวเอง และ ผมจะใช้เว็บไซต์นี้เพื่อเป็นเครื่องมือส่งแรงบันดาลใจ และ ความรู้ที่ผมสั่งสมมาให้กับคนหลายๆคน ให้มีสุขภาพทีดี รู้จักกับการดูแลตัวเองในยุคปัจจุบันนี้ 

บอกตรงๆนะ ผมอยากจะตะโกนให้คนไทย คนทั่วโลกได้ยินว่า พวกเขาต้องดูแลตัวเองนับตั้งแต่วันนี้ เพราะผมรู้สึกตะหงิดๆทุกครั้งเวลาที่ผมเห็นคนเลือกใช้ชีวิตที่ธรรมดา สุขภาพไม่สำคัญ และ ผมคิดว่าเว็บไซต์นี้น่าจะเป็นโทรโข่งให้ผมตะโกนไปถึงคนพวกได้

profile-pic

พิมปัญหาสุขภาพซึ่งมีผลกระทบต่อการเรียน และ น้ำหนักส่วนเกินที่ทำให้ขาดความมั่นใจในรูปร่าง

เท็นมี Style การเทรนที่หนัก แต่ตรงเป้าหมายที่ต้องการ ทั้งยังได้รับความรู้เกี่ยวกับ health and fitness ที่สอดคล้องกับการฝึกฝนในแต่ละครั้ง

หลังจากได้เทรนกับเท็น พิมรู้สึกร่างกายแข็งแรงขึ้น มีพลังในการทำงานมากขึ้น รูปร่างดีขึ้น สัดส่วนกระชับขึ้นเห็นได้ชัดเจน สร้างความมั่นใจในการเข้าสังคมมากขึ้น

พิมพา ยั่งยืน - Ph.D Student / Music Educator, University of Minnesota
profile-pic

Kim เป็นครู ที่สอนครูอีกทีนึง และ เป็นมังสวิรัติ Kim ออกกำลังกายมาเป็นระยะ 2-3 ปีแล้วก่อนที่มาเทรนกับเท็น Kim เคยเทรนกับเทรนเนอร์คนอื่นๆมาแล้วหลายคน แต่พอได้มาเทรนกับเท็น ก็รู้สึกได้เลยว่าเท็นใส่ใจรายละเอียดในท่าต่างๆมาก และ เท็นวางโปรแกรมออกกำลังกายให้อย่างดี ตามความต้องการของแต่ละบุคคล หลังจากที่ได้เทรนกับเท็น Kim ก็ได้ปรับเปลี่ยนทั้งวิธีกินซึ่งทำให้มวลกล้ามเนื้อขึ้นเยอะ และ สามารถยกน้ำหนักขึ้นได้เยอะ

Kim Cofino - Vegan Powerlifter, Chief Innovation Officer at Eduro Learning
profile-pic

ด้วยน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นตามวัยและลักษณะการทำงานที่เกิดการเผาผลาญพลังงานน้อย ทำให้รู้ตัวว่าร่างกายเริ่มอ่อนแอขึ้นเรื่อยๆ และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติตัวเอง

เท็นมีความพิเศษในตัวเขา เพราะเขามี passion ในสิ่งที่เขาทำจึงทำให้เขาศึกษาและ update ความรู้อยู่เสมอและนำมาใช้ในการออกกำลังกาย ทำให้ออกกำลังกายด้วยเทคนิคที่ถูกต้องและทำให้เกิด maximum benefit ด้วยความรู้ที่เท็นมีจึงทำให้เท็นสามาถอธิบายและตอบทุกคำถามเมื่อเราเกิดข้อสงสัยได้หมดในระดับที่น่าพึงพอใจ นอกจากการออกกำลังกายซึ่งคนส่วนมากจะคิดถึงแต่เรื่องของ weight training แล้ว เท็นยังให้ความสำคัญกับเรื่องของ balance, movement, flexibility และความแข็งแรงของ core muscle อีกด้วย จึงทำให้เท็นมองจุดอ่อน (defect) ของเราออก และพยายามแก้ไขจุดนั้นให้เราด้วย ซึ่ง skill ของเท็นในจุดนี้ ถือเป็นจุดแข็ง และถือเป็นความคุ้มค่าที่เทรนกับเท็น

หลังการเทรนกับเท็นมาระยะหนึ่ง สังเกตุได้ว่า รูปร่างเปลี่ยนไปได้ชัด (หุ่นคล้ายนักกีฬา :p) กล้ามเนื้อกระชับ รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของร่างกายในระดับอวัยวะ กระฉับกระเฉงและมีความมั่นใจมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีพื้นฐานในการออกกำลังกายที่ดี ครบทุกส่วน ทำให้สามารถออกกำลังกายด้วยตัวเองได้ดีอีกด้วย

สารพร บำรุงชาติ - แพทย์ รังสีวิทยา, การตรวจด้วยภาพทางรังสีวินิจฉัยโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

เท็นเป็นคนนึงที่หลงใหลและรัก สุขภาพมากๆ การที่ดูแลตัวเองและรักสุขภาพทำให้เท็นรักตัวเองและรู้สึกขอบคุณร่างกายที่ได้มาในโลกใบนี้ เท็นคิดเสมอว่าร่างกายเรามีแค่ร่างเดียว ครั้งเดียว เราควรรักษามันไว้ให้ดีที่สุด ด้วยการออกกำลังกาย กินอาหารดีต่อสุขภาพ และ ดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอเพราะไม่มีใครสามารถมาดูแลแทนเราได้

ย้อนวัยไปวัยเด็ก: จุดประกายที่ทำให้ผมเริ่มออกกำลังกาย

ตอนเด็กๆเท็นไม่รู้ว่าสุขภาพดีคืออะไร ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรให้ตัวเองสุขภาพดี เป็นเด็กที่กินน้ำอัดลมทุกวัน เพราะเห็นเพื่อนๆกินกัน คนรอบๆตัวก็เอามาให้กิน ที่โรงเรียนสมัยประถมก็จะมีนมช็อคโกแลตให้กินทุกๆวัน หวานๆ ก็คิดว่ากินแล้วดีต่อสุขภาพ คิดว่ากินแล้วสูง

เท็นเป็นคนที่เกลียดการออกกำลังกายมากเมื่อก่อน เพราะมันเหนื่อย แดดร้อน และ กลัวว่าตัวเองจะดูไม่ดีเพราะถ้าดำแล้วผิวจะไม่สวย ไม่หล่อ สังคมจะไม่ยอมรับ ผู้หญิงจะไม่ชอบ เท็นเป็นเด็กที่มักจะโดนเพื่อนๆรังแกตอนเด็กๆเป็นประจำ เป็นเด็กตัวเล็กๆ ยืนหน้าแถวตลอด เตี้ยตั้งแต่ ป1 ยัน ม6 ก็ครองหน้าแถวทุกปี และ เป็นเด็กที่เรียนไม่เก่งตกเกือบทุกวิชา ไม่มีวิชาอะไรที่เรียนแล้วเข้าสมองเลย เหมือนมาโรงเรียนไปวันๆ สนุกไปวันๆ รอวันปิดเทอมเพื่อจะได้เล่นเกมส์ที่อยากเล่น ชีวิตดูเหมือนไม่มีเป้าหมายอะไร

คนรอบๆตัว ญาติๆ ครอบครัว ผู้ใหญ่ ก็มักจะบอกว่า เท็นเตี้ยไป ดูไม่ดี ต้องสูงกว่านี้ ตอนอยู่มัธยมต้นอายุราวๆ 12 ปี เท็นมีความคิดที่อยากจะผอมสูงเหมือนคนอื่นๆ ไม่อยากมีพุง ก็เลยกินข้าวน้อยมาก ไม่ทานข้าวเย็น เขาบอกให้ว่ายน้ำก็ว่ายน้ำ พยายามกินแต่นมเพราะอยากสูงอยากดูดี (แต่สุดท้ายก็ไม่สูง) ตอนที่เท็นอายุ 15 ตอนนั้นก็ตัดสินใจว่าอยากจะให้ตัวเองแข็งแรงเหมือนคนอื่นๆบ้าง ก็เลยเริ่มเข้าฟิตเนสครั้งแรก นั่งอ่านเว็บไซต์ http://www.tuvayanon.net/ ทั้งวันอยากรู้วิธีออกกำลังกาย ซื้อเวย์โปรตีนมากิน กินแต่ Lactasoy คิดว่าเป็นโปรตีน กินขนมปังเป็นแถวๆต่อวันเพราะคิดว่าเป็นแหล่งโปรตีนที่ดี ช่วงนั้นข้อมูลเกี่ยวกับการออกกำลังกายในไทยก็ไม่ค่อยมีครับ น้ำหนักผมขึ้นมา 10 โลภายใน 2 เดือน

ล้มเหลว: เลิกออกกำลังกายเพราะหัวไหล่เจ็บ 2 ปี

มีอยู่วันหนึ่งเท็น รู้สึกเจ็บไหล่ขึ้นมาแล้วก็ไม่ยอมหยุดยกน้ำหนัก เพราะกลัวว่ากล้ามเนื้อจะหาย ผลสุดท้ายคือยกแขนไม่ขึ้นเลย เจ็บหัวไหล่ขวามากๆ ทำให้เท็นต้องหยุดออกกำลังกายเป็นระยะเวลา เกือบ 2 ปีเพื่อพักฟื้น ไปหาหมอที่โรงพยาบาลบํารุงราษฎร์ก็ไม่ช่วย

ในขณะที่ไหล่เจ็บก็กำลังเข้ามหาลัยพอดี เด็กที่ไม่ฉลาดคนนี้ก็เลยท่องแต่คำศัพท์ภาษาอังกฤษ และสามารถจำได้ กว่า 2,000 คำในระยะเวลาสั้นๆ ทำให้ผมติด โปรแกรมปรับภาษามหิดลอินเตอร์ (pre-collage) และ นี่คือจุดที่ชีวิตเปลี่ยนเพราะหลังจากจบโปรแกรม pre-collage ภาษาอังกฤษก็ดึขึ้นมากๆ พูด เขียน อ่าน ฟัง ได้สบาย (อาการเจ็บไหล่ทำให้ผมมีเวลากับการเรียนภาษาอังกฤษ!)

พอตอนอยู่ปี 2 เท็นตัดสินใจที่จะกลับไปออกกำลังกายอีกที ใช้ความรู้ภาษาอังกฤษที่มีอยู่หาข้อมูลเว็บต่างประเทศ หาวิธีแก้ใหล่ แล้วเท็นก็ยืดเอง นวดเอง จนไหล่หายกลับเป็นปกติ 99% แล้วในที่สุดก็กลับเข้าฟิตเนส เป็นชีวิตประจำวัน

การตัดสินใจแค่ครั้งเดียว = ชีวิตที่เปลี่ยนไปตลอดกาล

ในขณะที่เรียนอยู่ในมหาลัย เท็นเริ่มหลงใหลกับฟิตเนสมากขึ้นทุกๆวัน แล้วจุดที่ชีวิตเท็นเปลี่ยน ก็มาถึง มันเป็นช่วงที่เท็นได้โอกาสไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ Melbourne, Australia ต้องขอบคุณแม่มากๆที่สนับสนุนให้เราไป

ไปแลกเปลี่ยนกับเพื่อนที่มหาลัย 3 คนครับ

กินพิซซ่าที่อร่อยที่สุดใน Melbourne

อากาศดีมากครับช่วงกลางปี เริ่มเข้าหน้าหนาว

อยู่ที่นั่นต้องทำงานที่ร้านหาอาหารเพื่อหาเงินกินใช้เอง ก็เก็บเงินอย่างเดียวเลยเพราะเป็นครั้งแรกในชีวิตที่หาเงินได้ด้วยตัวเองแล้วก็รู้ว่ามันเหนื่อยมากๆ คนในรูปด้านบนคือ เจ้าของร้านอาหาร และ เพื่อนร่วมงานที่ร้านอาหาร

(เท็นอยู่ซ้ายสุด) และนี่ก็เป็นการตัดสินใจที่เปลี่ยนชีวิตเท็นมาจนถึงทุกวันนี้ แล้วก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ Blog นี้กำเนิดขึ้นมาด้วย ซึ่งตอนนั้นก็อยู่ปี 3 แล้ว เท็นก็มีความคิดตั้งแต่เข้ามหาลัยแรกๆแล้วว่าจะไม่รีบเรียน จะจบช้า เพราะอยากจะหาตัวเองให้เจอในมหาลัย เท็นบอกกับตัวเองว่าไม่อยากรีบจบแล้วไปทำงาน แต่อยากใช้เวลาครุ่นคริดกับตัวเอง หาสิ่งที่ชอบ แล้วก็เจอจนได้จริงๆอย่างที่คิดไว้ เท็นคิดอยู่นานว่าชีวิตนี้จะเอาไงดี เพราะสิ่งที่เรียนอยู่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ชอบ รู้สึกเหมือนหลอกตัวเองให้ชอบในสิ่งที่เรียน โตมาจะได้ไปทำงานตามสายอาชีพในตำแหน่งที่ดีๆ แต่สิ่งที่เราเฝ้ารออยู่ทุกวันที่ตื่นมาคือการไปออกกำลังกายที่ฟิตเนส

เท็นเป็นคนที่หลงใหล CrossFit มานานแล้ว แต่ก็ไม่เคยได้ไปเล่นจริงจังกับเขา เพราะราคาแพงไม่มีเงินไปสมัครสมาชิกที่ CrossFit gym เท็นก็เลยได้แต่หาอ่านใน Internet ศึกษาไปเรื่อยๆ แล้วตอนเท็นอยู่ Melbourne เท็นเห็นว่ามีคอร์ส CrossFit Level 1 Certification เท็นลังเลอยู่นานมากว่าจะลงเรียนดีไหม เพราะราคา 35,000 บาท แล้วก็ไม่รู้ว่าเรียนออกมาแล้วจะได้อะไร ชีวิตจะมีอะไรเปลี่ยนไป แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจลงเรียน ก็ลงไปครับ 1000$USD (35,000 บาท) ด้วยการใช้เงินเก็บทั้งหมดที่มีที่ได้จากการทำงานในร้านอาหาร


เรียน CrossFit Level1 Certification Course @Richmond, Melbourne, Australia 

พอกลับไทยมาก็โพสรูปใบ Certificate ลง ​Facebook ไม่นานก็มีคนติดต่อไปทำงาน ดีใจมากๆ เพราะสิ่งที่เสี่ยงลงทุนไป ได้ผลครับ ถึงแม้เราไม่รู้ว่าอนาคตจะเกิดไรขึ้น เราก็ก้าว 1 ขาเข้าไปแล้ว ซึ่งเป็นจุดเริ่มที่ทำให้เราเก้าไปต่อ

เริ่มได้สอนคนอื่นเป็นครั้งแรก แรกๆก็ไม่มีความมั่นใจในตัวเองว่าเราจะสอนคนอื่นเขาได้ เพราะคิดมาเสมอว่าเป็นเด็กที่เรียนไม่ได้เรื่อง ไม่มีใครเคยชม แต่ในชีวิตนี้มันก็ต้องมีจุดเริ่มต้นสักที่

"Make your passion your PAYCHECK"

โพสต์ที่แชร์โดย Fitness/Movement Coach (@tenteerachot) เมื่อ

ในขณะที่ Coach ไปก็เรียนไปครับ ไปกลับ อโศก-ศาลายา ทุกวันทำงานมีความสุข ทำแบบไม่รู้ว่าจะได้เงินเท่าไหร่ก็เอา เพราะฝันเป็นจริง! จากคนที่ไม่เคยเข้ายิมแพงๆ ก็ได้มาอยู่หนึ่งในยิมที่แพงที่สุดในกรุงเทพเลยก็ว่าได้ที่ Aspire Club


กลับมาไทย ก่อนจะจบมหาลัยก็ต้องฝึกงานตามสายที่เรียนมาครับที่ Salaya Pavilion Hotel ทั้ง 4 แผนก แม่บ้าน ครัว เด็ฟเสริฟ แผนกต้อนรับ ไม่มีอะไรตอบโจทย์ในสิ่งที่อยากทำ หรือ สิ่งที่รักเลย

การฝึกงานที่ 2 ที่จริงต้องฝึกโรงแรมครับ ขออาจารแทบตาย น้ำตาตก แล้วก็ได้มาฝีกที่ Virgin Active Thailand (Emquartier) เป็นประสบการณ์เรียนรู้ที่ดีมาก

ตอนนี้?

งานที่ทำ ณ ปัจจุบัน: Movement/Fitness Coach

คุณสมบัติ

  • CrossFit LV1 Trainer Certificate
  • Functional Movement Screen LV2 Provider
  • Functional Movement Taping LV1

ประวัติการทำงาน

  • Group Class Instructor at BoxHIIT by Awe Wang
  • Personal Trainer at Hit It
  • Trainee at Virgin Active Thailand (Emquartier)
  • Trainee at Salaya Pavilion Hotel
  • Trainee at Bell City Hotel in Melbourne, Australia
  • Part-time employee at Roi-Et Restaurant in Melbourne, Australia

สิ่งที่ชื่นชอบ/กิจวัตรประจำวัน

  • อ่านหนังสือพัฒนาตัวเอง (Self-improvement), ฟิตเนส, สุขภาพ หาความรู้ให้ตัวเองสม่ำเสมอ
  • วิ่ง
  • ยกนำ้หนัก
  • ฟัง Podcast: Bulletproof Radio, Ben Greenfield Fitness, Smart Passive Income Podcast by Patt Flynn, Barbell Shrugged
  • ฟัง Audiobooks (คือ หนังสือที่เป็นเสียงคนพูด แทนที่เราจะอ่านเป็นเล่มๆ Audiobook จะมีคนพูดให้ฟัง สะดวกมากๆเวลาฟังตอนอยู่ในรถ ตอนขึ้น BTS)
  • ฝึก Handstand


2018 One arm freestanding handstand coming soon 🤤

โพสต์ที่แชร์โดย Fitness/Movement Coach (@tenteerachot) เมื่อ

>