คนออกกำลังกาย VS คนไม่ออกกำลังกาย - TENTEERACHOT

คนออกกำลังกาย VS คนไม่ออกกำลังกาย

ฟิตเนสไม่ใช่คำตอบเดียวที่จะทำให้คุณลดน้ำหนักได้ ฟิตเนสมันง่ายครับใครๆก็ทำได้ แต่มันมีสิ่งที่ยากกว่านั้นที่หลายๆคนทำไม่ได้

เพราะมันมีบางอย่างที่คนออกกำลังกายได้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน 2 ปี 5 ปี หรือ แม้กระทั่ง 10 20 30 ปีมีเหมือนกัน

แต่ คนที่ออกกำลังกายได้แค่แปปเดียว 3-5 เดือนแล้วล้มเลิก..ไม่มี..

สิ่งที่แตกต่างระหว่างสองกลุ่มนี้ก็คือ 

อุปนิสัย การใช้ชีวิต และ ทัศนคติ

"สิ่งที่ยากที่สุดในการออกไปวิ่ง คือการตื่นไปวิ่ง" - พี่ตูน (Cr. FB @runninginsider)


**หมายเหตุ: ข้อความด้านล่างเป็นแค่การพูดถึงโดยรวม (Generalization) ไม่ได้เจาะจงบุคคลไหนบุคคลหนึ่ง ไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นแบบนี้แต่มันคือสิ่งที่ผู้เขียนมองเห็นจากประสบการณ์ในวงการฟิตเนสและสุขภาพ แต่ละบุคคลแตกต่างกันไป และ การที่เราได้เป็น หรือ ไม่ได้เป็นอย่างที่เขียนไว้ไม่ได้หมายความว่าเราจะเป็นคนที่ล้มเหลว หรือ สำเร็จ 

Habit อุปนิสัย

คนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ

คนที่ออกกำลังกายแล้วล้มเหลว

ตื่นนอน

มีเวลาตื่นนอนที่ชัดเจน 

ส่วนใหญ่ออกกำลังกายตอนเช้า

ตื่นมาแล้วสดชื่น

ตื่นสาย

ตื่นไม่ตรงเวลาทุกวัน

ตื่นมาแล้วเบลอ ไม่สดใส

ออกกำลังกาย

มีตารางออกกำลังกายชัดเจน

รู้ว่าต้องออกกี่วัน

ทำตามตารางเป๊ะ แม้ว่าจะยุ่งแค่ไหน

ไม่รู้ว่าวันนี้ออกกำลังกายอะไรดี

ออกกำลังกายเมื่อมีอารมณ์ 

ออกกำลังกายเมื่อหมอบอก 

ออกกำลังกายเมื่อเจ็บไข้ได้ป่วย

นอน/พักผ่อน

นอนเป็นเวลา

หลับสบายตื่นมาแล้วสดชื่น

นอนดึกบ้าง เร็วบ้าง


Lifestyle การใช้ชีวิต

คนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ

คนที่ออกกำลังกายแล้วล้มเหลว

การเลือกกินอาหาร

เลือกคุมอาหาร แม้ว่าจะอยู่ที่ไหน

ถ้าไปสังสรรค์ก็จะเลือกสิ่งที่ดี 80-90%

รู้ตัวตลอดเวลาในการเลือกของกินที่ดี

คุมอาหารเพราะได้แรงบันดาลใจเมื่อกี้จาก Instagram/YouTube

กินอะไรก็ได้ที่อยู่ข้างหน้า

ความกระฉับกระเฉง

พยายามจะขยับตัวตลอดเวลา

ชอบเดินขึ้นบันได

ชอบยืนบน BTS

เดินเร็วกว่าคนปกติ

ใช้บันไดเลื่อน

ชอบนั่งบน BTS

เดินความเร็วปกติ (ช้าในสายตาคนเดินเร็ว)

ภาพแวดล้อมคนรอบๆตัว

ควบคุมเพื่อนรอบๆตัวไม่ให้เพื่อนมาส่งผลกระทบต่อการกินตัวเอง

ส่งผลดีๆให้กับคนรอบๆตัวทำให้เพื่อนออกกำลังกายตาม

เข้าสังคมอย่างสนุกสนาน เพราะ พวกเขามีสิทธิเลือกในการกิน

พาเพื่อนกินขนม/ของที่ไม่ดีต่อสุขภาพ

ตามเพื่อน เพื่อนกินอะไรก็กินแบบนั้น 

โทษคนอื่นว่า ต้องเข้าสังคม เลยคุมอาหารไม่ได้

Attitude ทัศนคติ

คนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ

คนที่ออกกำลังกายแล้วล้มเหลว

เกี่ยวกับอาหาร

หาอาหารดีต่อสุขภาพตลอดเวลา

เห็นอาหาร Junk food แล้วกินไม่ลง

รู้สึกดีกว่าที่ได้กินอาหารที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย

ไม่รู้สึกผิดกับการกินอาหาร Junk เพราะ 80-90% ที่เหลือเขาทำดีแล้ว

เวลาเห็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพแล้วต้องฝืนกิน

กินอะไรก็ได้ที่อยู่ข้างหน้า

ค่อยเริ่มพรุ่งนี้

ค่อยเริ่มสัปดาห์หน้า

สุดท้ายไม่เคยเริ่ม

เกี่ยวกับการออกกำลังกาย

เหลือเวลานิดเดียวต้องออกให้ได้

วันไหนไม่ออกรู้สึกไม่ค่อยดี

เฝ้าคอยเวลาที่จะได้ออกกำลังกายทุกวัน

ค่อยเริ่มพรุ่งนี้

รู้สึกการออกกำลังกายมันทรมาน


เกี่ยวกับตัวเอง

รู้สึกภูมิใจกับตัวเอง

รู้สึกอยากให้แรงบันดาลใจคนอื่นๆ 

รู้สึกไม่ดีกับหุ่นตัวเอง แต่ไม่ทำอะไร โทษคนอื่น โทษคนรอบตัว โทษตารางงาน แต่ไม่เคยโทษตัวเอง

"Fake it till you make it"

"ทำมันไป หลอกว่าตัวเองทำได้ จนคุณทำได้จริงๆ"

- Amy CUDDY

สรุป Take Away

คนส่วนมากโฟกัสไปทีว่าต้องเล่นอะไรให้ได้ผล ทำตามเทคนิคของของที่หุ่นดี ทำตามโปรแกรมนายแบบ แต่ไม่เคยสำเร็จ เพราะเขาไม่รู้เบื้องหลังว่ามันต้องใช้วินัยมากแค่ไหน เราออกกำลังกายในฟิตเนสแค่ 1-2 ชั่วโมงต่อวัน การเลียนแบบสิ่งที่อยู่แค่ในยิมจะทำให้คุณประสบความล้มเหลวมากกว่าสำเร็จ เพราะคุณอาจจะลืมภาพรวม

  • มันต้องใช้การมี Habit ที่ดี ตั้งแต่เราตื่นนอน จนเรานอน
  • มันต้องใช้ การใช้ชีวิตให้เหมือนคนพวกนั้น ตั้งแต่การเลือกกิน การใช้ชีวิต และ การมีสภาพแวดล้อมที่ดีคอยสนับสนุนเรา
  • มันต้องใช้ทัศนคติที่ดี ต่อการออกกำลังกาย ต่อการกินอาหาร มันจะทำให้เราไม่เบื่อในสิ่งที่เราทำ 
Share the love..

About the Author

>