มือใหม่ เริ่มต้นออกกำลังกายยังไงดี? นี่คือเหตุที่ทำให้คุณไม่ยอมออกกำลังกายซักที - TENTEERACHOT

มือใหม่ เริ่มต้นออกกำลังกายยังไงดี? นี่คือเหตุที่ทำให้คุณไม่ยอมออกกำลังกายซักที

เคยถามตัวเองไหมว่าอะไรที่ทำให้เราออกกำลังกาย? หรือ

เคยถามตัวเองไหมว่าอะไรที่ทำให้เราไม่ออกกำลังกาย! เหตุผลอะไรที่ทำให้เราไม่ออกกำลังกาย ดูแลตัวเองซักที..

ในโพสนี้ ผมพูดว่าเราต้องหาเหตุผลว่าทำไมเราออกกำลังกายให้กับตัวเองเพราะว่า เหตุผลเหล่านี้จะเป็นแรงบันดาลใจที่มาจากตัวเราเอง เราไม่ได้พึ่งใครภายนอกให้มาเป็นแรงบันดาลใจ นั่นหมายความว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในโลกภายนอก เราก็ยังจะสามารถมีวินัยกับตัวเอง ซื่อสัตย์กับตัวเองได้ บอกว่าต้องออกกำลังกายแล้วก็ออก เพราะแรงกระตุ้นมันต้องมาจากตัวเรา 

การที่ให้แรงกระตุ้นมาจากภายนอกมันจะไม่ยั่งยืน เพราะเมื่อใดที่เราไม่มีแรงกระตุ้นเหล่านั้น เราก็หมดไฟทันที ถ้าดาราคนนั้น สื่อนั้น มันหมด Trend เราก็ไฟหมดทันที ซึ่งเป็นเหตุผลหลักๆว่าทำไมคนหลายๆคนไม่สามารถออกกำลังกายให้เป็นนิสัยได้

More...

แล้วเราจะหาเหตุผลให้ตัวเองได้อย่างไร? แล้วเหตุผลอะไรที่จะทำให้เรามีไฟลุกเพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตเราเองได้ในวันนี้? 

มี 3 อย่างที่เราจะไปดูกันครับ นั่นก็คือ

  1. ความเจ็บปวดและความสุข (Pain & Pleasure) 
  2. การตั้งคำถามเพื่อหาแรงบันดาลใจ (Ask WHY)
  3. การเตือนตัวเองทุกๆวัน 

1.) ความเจ็บปวด (Pain) & ความสุขสบายใจ (Pleasure)

ผมขอใช้คำศัพท์ภาษาอังกฤษทับนะครับเพราะมันง่ายสำหรับผมเวลาเขียน ผมจะอธิบายวิทยาศาสตร์ของพฤติกรรมมนุษย์ง่ายๆ 

มันมีสองอย่างที่ส่งผลกระทบเราทั้งชีวิต เวลาเราเลือกที่ทำอะไรบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ตื่นตอนเช้า กินขนมทุกวัน ไม่ยอมออกกำลังกาย 

นั่นก็คือ Pain และ Pleasure โดยมีกฏเหล็กที่ว่า

มนุษย์เราจะทำทุกอย่างเพื่อหลีกเลี่ยงความเจ็บปวด และเข้าหาความสุขสบาย 

PAIN

ความเจ็บปวด โดยเราจะทำทุกวิธีเพื่อหลีกเลี่ยงความเจ็บปวด เพราะมันเป็นสิ่งที่มนุษย์ไม่ต้องการ เช่น ถ้ามีคนบังคับให้เรากินอาหารที่เราไม่ชอบ (เช่น ผัก) ถ้าเป็นไปได้เราก็จะเลือกที่จะหลีกเลี่ยงผัก เพราะในสมองเราคิดว่า การกินผักมันมีความเจ็บปวดแอบแฝงอยู่ มันเป็นความเจ็บปวดของความไม่อร่อยของผัก


PLEASURE

ความสุขสบาย โดยเราจะทำทุกวิธีทางเพื่อเข้าหาความสุขสบาย ถ้าให้เลือกระหว่าง เดินไปที่ทำงาน กับ นั่งรถไปทำงาน คนส่วนใหญ่ก็จะเลือกที่จะนั่งรถครับ เพราะมันมีความสุขสบายมากว่า ( และเรามี Pain ในการเดินไปทำงานมากกว่า เช่นเหงื่อออก ร้อน ไปทำงานสาย)

กก

กลับมาเรื่องเรา เราจะออกกำลังกายไปทำไม? 

ถ้าเรายังไม่เริ่มนั่นหมายความว่า..... 

เรายังมีเหตุผลไม่มากพอที่จะทำให้เราออกกำลังกาย หรือ เราจะไม่รู้สึกเจ็บปวดมากพอกับการที่มีร่างกายไม่ฟิต สุขภาพไม่ดี และ เรายังสุขสบายกับชีวิตที่ยังเป็นอยู่! 

ความแตกต่างระหว่างคนที่ออกกำลังกาย กับ คนที่ไม่ออกมีแค่อย่างเดียวครับ 

คนที่ออกกำลังกายเป็นประจำจะรู้สึกเจ็บปวดมากกว่าที่ไม่ได้ออกกำลังกาย และ รู้สึกมีความสุขเมื่อได้ออก

คนที่ไม่ออกกำลังกายจะรู้สึกเจ็บปวดเมื่อนึกถึงการไปออกกำลังกายเสียเหงื่อ และ รู้สึกดีมากกว่ากับการอยู่เฉยๆ

ยกตัวอย่าง: เดือนก่อนผมไปสิงค์โปร์มาเข้าสัมมนางาน Tony Robbins แล้วผมไม่มีเวลาเลยเพราะสัมมนาตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 5 ทุ่ม สัมมนามัน 5 วัน สิ่งที่ผมทำก็คือผมตื่นมา 6 โมงเช้าเพื่อมาวิ่งรอบๆโรงแรม ถึงแม้จะง่วงก็ตามเพราะผมทนไม่ได้กับการไม่ออกกำลังกายเลย 5 วัน มันทำให้ผมรู้สึกทรมานมาก 

ดังนั้นเราสามารถหาเหตุผลมาสนับสนุนให้เราเปลี่ยนพฤติกรรมได้ด้วยการ ....

2.) การตั้งคำถามเยอะๆ ถามว่า ทำไม? (WHY, WHY, WHY) 

การถามว่า "ทำไม" เราทำสิ่งๆหนึ่ง หรือ ไม่ทำ จะทำให้เราสามารถเจาะไปถึงแก่นได้ว่า ทำไม เราถึงมีพฤติกรรมแบบนั้น

บางทีการถามว่าทำไม ทำไม ทำไม 3 รอบมันก็ดูงงๆ และ ดูน่ารำคาญนะครับ แต่นั่นแหละสิ่งที่จะทำให้เรา หาเหตุผลลึกๆที่แท้จริงเจอว่าทำไมเราถึงอยากจะเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเอง 

วิธีนี้เป็นวิธีที่ผมใช้กับลูกค้าบ่อยมากๆ ซึ่งทำให้ผมรู้ว่าแรงบันดาลใจลึกๆของลูกค้าแล้วคืออะไร (เทรนเนอร์/โค้ช ที่อ่านอยู่เอาไปใช้กันนะครับ) มันทำให้ผมตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้น 

เจนนี่

ผมมีลูกค้าอยู่คนนึง มาออกกำลังกายกับผมสัปดาห์ละ 5 วัน (เยอะมาก) เขาบอกเขาอยากลดน้ำหนัก อยากผอม 

ผมก็เลยถามเขาว่า "ทำไม?"

พี่เค้าตอบกลับมาว่า "เพราะออกกำลังกาย ผอมแล้วสุขภาพดี มีกล้ามแล้วโรคจะน้อยลง"

ผมก็ถามต่อ  "ทำไมถึงอยากให้โรคน้อยลง?" + กลับบอกพี่เขาว่าผมไม่ได้กวนนะ แต่อยากรู้จริงๆ

พี่เค้าตอบกลับมาว่า "เพราะถ้าไม่ดูแลตัวเองตอนนี้ สุขภาพก็จะแย่ขึ้น"

ผมก็ต่อ "ทำไมต้องสุขภาพดี?"

พี่เค้าตอบกลับมาว่า "กลัวเป็นมะเร็ง"  ผมหยุดแค่นี้ แต่ที่จริงอาจจะมีต่อก็ได้ อย่างเช่น กลัวเป็นมะเร็งเพราะว่าอยากอยู่กับลูกหลานนานๆ และ คำตอบท้ายๆนั่นแหละครับเป็นแรงบันดาลใจที่มาจากข้างในจริงๆ (ถามว่า ทำไม อย่างน้อย 3 ครั้ง)

ฟ้า

มีอยู่วันนึงฟ้าเข้ามาแล้วมาเทรนกับผม 5 ครั้ง - 6 ครั้งต่อสัปดาห์ ฟ้าเกษียณแต่อายุน้อยๆ และ อยากเป็นนักกีฬามวย อยากเทรนหนักๆ ฟ้าเทรนกับผู้ฝึกสอนหลายคนมากนอกจากผม 

ฟ้าเทรนหนักมากวันละ 2-5 ชั่วโมง และ ในที่สุดแล้วฟ้าก็ Overtrain บาดเจ็บเข่า แต่ฟ้าไม่ยอมแพ้ 

แล้วผมก็นั่งคุยกับฟ้า แล้ว ถามว่า "อยากจะเป็นนักมวยไปทำไม?" (ทำไมที่ 1)

ฟ้า "ฉันรักมวย"

ผม "ทำไมถึงรักมวย" (ทำไมที่ 2)

ฟ้า "อยากจะเอาชนะตัวเอง"

ผม "เอาชนะตัวเองไปทำไม?" (ทำไมที่ 3)

ฟ้า "เพราะว่าไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ และ ฟ้าเชื่อว่ามนุษย์ไม่มีขีดจำกัดความสามารถในการทำอะไรก็ตาม การดันขีดจำกัดก็เหมือนกับการที่เราเรียนรู้ และ พัฒนาตัวเองให้มีศักยภาพสูงสุด"

สรุป: การต่อยมวยไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้ฟ้าเทรนหนัก ต้องออกกำลังกายหนักๆ เหตุผลหลักๆก็คือ "การพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง และ ผลักดันข้อขีดจำกัดตัวเอง" คือเหตุผลที่แท้จริง 

พอเรารู้แล้วว่าอะไรเป็นแรงบันดาลใจที่อยู่ภายใต้จิตใจของเรา เราก็ควรที่จะ....

3.) เตือนตัวเองทุกวัน 

เมื่อเรารู้เหตุผลนั้นแล้ว เราก็เขียนลงใส่กระดาษ เซฟลงหน้าจอมือถือ เตือนตัวเองทุกวันว่า ทุกวันนี้เราต้องมีสุขภาพดี เพื่ออะไร เราต้องทำเพื่อใคร เราทำไปทำไม เตือนให้มากพอแล้วเราจะลงมือทำทุกวันได้

แต่! ถ้าเราหาเหตุผลเจอแล้ว แต่มันยังไม่ทำให้เราเปลี่ยนแปลง นั่นหมายความว่า เหตุผลนั้นยังไม่ใหญ่พอ หรืออาจจะไม่ใช่ แรงบันดาลใจลึกๆ จริงๆก็ได้ ดังนั้นเราก็ต้องหาต่อไปครับ 

เหตุผลที่ทำให้เราไฟลุก และ ต้องตื่นขึ้นมาทุกวันเพื่อทำอะไรบางอย่าง นั่นแหละ คือแรงบันดาลใจที่แท้จริง 

หน้าจอมือถือผมก็จะเตือนผมทุกวันว่า อะไรคือเหตุผลที่ผมต้องดูแลตัวเอง 

สรุป Take Away

เข้าใจ 3 อย่างนี้จะทำให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้นว่าทำไมเราถึงไม่ยอมออกกำลังกาย

  1. ความเจ็บปวด และ ความสุข เราต้องหาความสุขในการออกกำลังกายมากพอเพื่อเป็นการเชิญชวนตัวเองให้รู้สึกอยากออกกำลังกาย และ ต้องหาความเจ็บปวดในการไม่ออกกำลังกายให้มากพอเพื่อเชิญชวนตัวเองให้เปลี่ยนแปลง
  2. การถามว่า ทำไม 3 รอบเพื่อหาเหตุผลที่แท้จริง
  3. เตือนตัวเองทุกวัน หาวิธีที่สนุกๆ มาเตือนตัวเองทุกวัน 
Share the love..

About the Author

>