วิธีทำให้คุณเปลี่ยนนิสัยสำเร็จ: ทำทีละขั้นตอน จากหนังสือ The One Thing by Gary Keller - TENTEERACHOT

วิธีทำให้คุณเปลี่ยนนิสัยสำเร็จ: ทำทีละขั้นตอน จากหนังสือ The One Thing by Gary Keller

อยากจะเริ่มออกกำลังกายควรเริ่มอะไรก่อนดี? วิ่งดีรึเปล่า? ต้องกินน้ำวันละ 5 ลิตรใช่ไหม? แล้วอกไก่ต้องกินวันละกี่กรัม? โปรตีนต้องกินวันละกี่กรัม? กินแป้งได้ไหมหรือห้ามกินแป้ง? 

ในบทความ 5 อย่างที่คุณควรรู้ก่อนเริ่มออกกำลังกาย ผมได้กล่าวไปในข้อสุดท้าย ว่า เวลาจะเริ่มต้นอะไร ให้โฟกัสแค่อย่างเดียว 

เพราะว่าถ้าเราทำหลายๆอย่างพร้อมกันมันจะทำให้เราจิตใจไขว้เขว อยากจะทำทุกอย่าง  แล้วสุดท้ายเราจะล้มเลิกเพราะว่าทำไม่ได้ มันเยอะเกินไป มันยากเกินไป

More...

ผมได้อ่านหนังสือเล่มนึงชื่อว่า The One Thing: The Surprisingly Simple Truth Behind Extraordinary Results เขียนโดย Gary Keller และ ผมอยากจะมาแชร์ 3 อย่างที่เราสามารถเอามาใช้ได้ เมื่อเราเริ่มออกกำลังกาย 

ลงมือทำทีละ 1 อย่าง
การทำหลายๆอย่าง (Multitasking) คือสิ่งหลอกลวง 
"Multitasking is a scam"

Gary Keller ได้กล่าวในหนังสือไว้ว่า "Multitasking is a scam" เรามักจะได้ยินมาว่าการทำอะไรหลายๆอย่างพร้อมๆกันจะช่วยประหยัดเวลาได้ เพราะเราทำเสร็จได้ 2-3 อย่างในเวลาเดียวกัน 

ที่จริงแล้ว คำว่า Multitasking กำเนิดมากับคอมพิวเตอร์ที่มีระบบ Multitasking เป็นระบบการแบ่งงานในคอมพิวเตอร์ที่สามารถทำให้คอมพิวเตอร์เราเนี่ยทำงานได้หลายๆ อย่างพร้อมๆกัน เช่น เปิด Internet ฟังเพลง โหลดไฟล์ 

แล้วมันเกี่ยวยังไงกับการลงมือทำ 1 อย่าง? 

ลองคิดแบบนี้ครับ

ถ้าเราเริ่มเรียนรู้อะไรซัก 1 อย่าง เช่น ขับรถ เราต้องคิดทุกอย่างใช่ไหม? มันยากไปหมด ทุกอย่างต้องค่อยๆคิดค่อยๆทำ 

ถ้าเราจะเริ่มกิน ผักทุกวัน คิดว่ามันยากไหมครับ? ถ้าเรากินกาแฟ แล้วอยู่ๆวันนึงมาจะเลิกกินมันยากไหมครับ? 

ดังนั้น Keyword ตรงนี้เลยคือ โฟกัส! (Focus!)

Gary Keller เขาบอกว่าให้ตั้งคำถามที่เรียกว่า The Focusing Question หรือ คำถามที่เน้นให้เราโฟกัส 

ถามตัวเองว่า 

"What's the one thing I can do such that by doing it your health will start to improve and you will start to lose weight?"

"อะไรคือ 1 สิ่งที่เราสามารถทำได้ และ โดยการลงมือทำมันแล้ว สุขภาพคุณจะดีขึ้น และ น้ำหนักคุณจะลดลง?"

ถ้าเราตอบว่า "สัปดาห์นี้เราจะออกกำลังกายให้ได้ 4 วัน" เราก็ควรโฟกัสไปแค่นี้ครับ ลืมอย่างอื่นไป ลืมไปเลยว่าจะต้องกินอาหารดีต่อสุขภาพด้วย ลืมไปได้เลยว่าเราจะต้องไม่กินของหวาน แล้ว ออกกำลังกายให้ได้ 4 วันให้ได้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น 

เพราะว่า การที่เราโฟกัส 1 อย่างมันจะทำให้เกิด Domino Effect (เดี๋ยวจะพูดถึงด้านล่างครับ)

กฏ 80/20

Credit: Lanterna Education

เรื่องนี้เราสามารถมองได้ 2 แง่มุมครับ

1.) ทำให้ดี 80%

กฏนี้ผมชอบมากๆและผมใช้มาตลอด มันทำให้ผมสามารถดูแลตัวเองได้มามากกว่า 8 ปีแล้ว นั่นก็คือ

80% เรากินดี ออกกำลังกาย ดูแลตัวเอง 

20% เป็นการผ่อนคลาย Enjoy ชีวิต กินขนมที่อยากกิน 

หรือบางคนอยากจะให้มัน Extreme กว่านี้ ก็สามารถใช้ 90/10 ก็ได้ แต่ 80/20 คือขั้นต่ำ (70/20 คือ เราเริ่มหาข้ออ้างแล้ว)

กฏนี้อาจจะไม่ได้ใช้ได้สำหรับทุกคน 

ถ้าเราเป็นนักกีฬา บางคนก็ใช้ 100/0

แต่ผมเชื่อว่า 95% ของคนที่อ่าน บทความนี้ไม่ใช่นักกีฬาทีมชาติ หรือ อะไร 

ทุกๆวันนี้มีอาหารอร่อยๆ มากมาย มีสิ่งที่ให้ทำมากมาย ออกไปกินข้าวกับครอบครัว กับเพื่อน สังสรรค์ ใครไม่อยากได้บ้าง? 

จากประสบการณ์ที่ผมได้โค้ชหลายๆคนมา 99% ของคนที่ผมได้โค้ชมา ไม่มีใครสามารถลงมือทำ 100% ได้

แต่สิ่งที่สำคัญคือ Consistency หรือ ความสม่ำเสมอ ดังนั้น ถ้าเราทำ 100% แล้วไม่สามารถทำให้มันสม่ำเสมอได้ ผลลัพธ์ก็ไม่เกิด

2.) 20 ที่ให้ผลลัพธ์ 80

ไม่ใช่ทุกอย่างที่เราทำจะให้ผลลัพธ์เท่ากัน

ลองถามตัวเองดูว่า "อะไรคือสิ่งที่ใช้แรงแค่ 20 แต่ให้ผลลัพธ์ 80?"

เช่น

ถ้าเรานอน วันละ 7 ชั่วโมง, ดื่มน้ำวันละ 1 ลิตร, กินเค้กทุกวันตอนเย็น

ถ้าเราอยากได้ผลลัพธ์ทางสุขภาพ หรือ อยากหุ่นดี อยากลดน้ำหนัก "อะไรคือสิ่งที่ใช้แรงแค่ 20 แต่ให้ผลลัพธ์ 80?"

ผมว่าการลด หรือ งด เค้กทุกวันตอนเย็นจะให้ผลลัพธ์มากที่สุดครับ ถึงแม้เราจะดื่มน้ำไม่พอ และ นอนไม่ครบ 8 ชั่วโมง แต่พอเรานั่งดูดีๆแล้ว เราจะเห็นว่าการกินเค้ก ทำลายสุขภาพเรามากที่สุด 

ถ้าเราเลือกที่จะดื่มน้ำ ให้ครบ 5 ลิตรทุกวัน หรือ นอนวันละ 8 ชั่วโมง มันอาจจะไม่ได้ส่งผลให้ได้ดีเท่ากับการเลิกกินเค้กในเคสนี้ครับ

Domino Effect (ผลกระทบแบบโดมิโน่)

หนังสือ The One Thing ได้กล่าวไว้ว่า การลงมือทำของเราวันนี้ จากการเริ่มสิ่งที่เล็กๆ จะทำให้เกิดผลลัพธ์มหาศาลเหมือน Domino ที่ล้มตัวเรียงกัน 

ลองนึกถึง Domino ที่เราชอบเล่นกันอันเล็กมากๆ ถ้านำเรียงต่อๆกัน และ แต่ละอันใหญ่กว่าอันที่แล้ว 1.5 เท่า

อันที่ 31 จะยาวกว่าภูเขา Everest และ อันที่ 57 จะยาวไปถึงดวงจันทร์เลยทีเดียว

Gary Kelly กล่าวไว้ว่า "Success is sequential" หรือ "ความสำเร็จนั้นเกิดขึ้นเป็นขั้นเป็นตอน"

ความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นทีเดียว เราไม่ได้ตื่นมาวันเดียวแล้วหุ่นดี ไม่ได้ตื่นมาวันเดียวแล้วสุขภาพดี

ทุกๆผลลัพธ์นั้นมาจากการลงมือทำของเราวันนี้ และ เป็นการลงมือทำที่ละเอียดละอ่อน เหมือนกับการค่อยๆวาง Domino เราไม่วาง Domino หลายๆตัวพร้อมกัน เราค่อยๆวางทีละตัว 

เพราะถ้าเราวางหลายๆตัวพร้อมๆกัน (Multitasking) ผลก็คือ Domino เราก็อาจจะล้มทั้งแถบเพราะเราไม่มีโฟกัส

ถ้าวันนี้เรา โฟกัสไปที่หลายอย่างในเรื่อง ลดความอ้วน ไม่ว่าจะเป็น

อยากลดแขนพร้อมๆกับ ลดขา พร้อมๆกับกินคลีน พร้อมๆกับ นอน 9 ชั่วโมง พร้อมๆกับกินผักทุกมื้อ เราจะล้มเหลวไหม? 

ถ้าทำได้ ดีครับยินดีด้วย แต่ถ้าเราเคยลองแล้วล้มเหลวแปลว่า วิธีทำหลายๆอย่างพร้อมกัน 

สรุป Take Away

  1. โฟกัส 1 อย่างในการลงมือทำ หรือ การเปลี่ยนแปลง
  2. ใช้หลักการ 80% ลงมือทำให้ดี
  3. หา 20 ที่ทำให้ได้ผลลัพธ์มหาศาล 80
  4. เริ่มจาก Step เล็กๆ ทีละก้าว เพราะ ข้างหน้าคือความสำเร็จที่มาจากก้าวเล็กๆ การลงมือทำเล็กๆที่เราทำวันนี้
Share the love..

About the Author

>